Tuesday, May 10, 2016

ฟังชัด !!! ไพบูลย์ นิติตะวัน ยื่นหนังสือดีเอสไอ เรียกร้องดำเนินคดีธัมมชโย

นายไพบูลย์ นิติตะวัน นพ.ดร.มโน เลาหวณิช ร่วมกันกับเครือข่ายประชาชนผู้ฝากเงินสหกรณ์คลองจั่นที่ถูกฉ้อโกงเงินฝาก และเครือข่ายของประชาชนที่ต้องการเรียกร้องดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือกับ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องขอให้ดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุดแก่พระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย ในฐานร่วมกันกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ฉ้อโกงเงินฝากของประชาชน  และแม้ว่าจะปรากฎเป็นข่าวว่ามีเครือข่ายของพระธัมมชโยใช้ชื่อว่ากองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับสหกรณ์คลองจั้นเพื่อที่จะให้สหกรณ์ยุติการดำเนินการเอาผิดทั้งทางเพ่งและอาญากับพระธัมมชโยเพื่อแลกกับการให้สหกรณ์ได้รับเงินสำรองจ่ายจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพียงบางส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลทั้งสอง โดยเงินดังกล่าวยังไม่ใช่เงินที่ชำระคืนให้แต่เป็นเงินที่มีเงื่อนไขที่สหกรณ์อาจถูกเรียกคืนได้ด้วยโดยอาศัยเทคนิคทางกฎหมาย ทั้งที่พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายก็มีทรัพย์สินเป็นจำนวนนับหมื่นล้านที่สามารถบังคับคดีได้ หากมีการดำเนินคดีทั้งทางเพ่งและอาญาอย่างจริงจังแล้วก็จะทำให้ได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายชำระคืนประชาชนผู้ฝากเงินเป็นจำนวนมากกว่าที่ได้รับตามบันทึกข้อตกลงที่ทำกันขึ้น ดังนั้นเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญาแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน สามารถให้ความยุติธรรมกับทั้งประชาชนผู้เสียหายและสังคม จึงขอร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ไว้ให้ครบถ้วนเพื่อเอาตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาร่วมกันกระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมส่งฟ้องศาลอาญาเพื่อพิจารณาตัดสินคดีต่อไปโดยจะต้องไม่ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ และตามที่ปรากฎว่ากรณีลูกศิษย์วัดพระธรรมกายยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ โดยอ้างว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ดำเนินการถอนฟ้องแล้วทั้งมีหนังสือเจตจำนงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งทางเพ่งและอาญาพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายตลอดจนมีการตั้งกองทุนเพื่อระดมทุนคืนเงินให้สหกรณ์เครดิตฯ ดังนั้นลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจึงนำไปกล่าวอ้างอย่างผิดๆไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าคดีได้ยุติไปแล้ว ทางเครือข่ายประชาชนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจึงขอให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะผู้มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายให้ปฎิบัติหน้าที่รักษากฎหมายและนำบุคคลที่กระทำผิดไปดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทางด้านพันตำรวจโทสมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือได้ระบุว่าจะนำไปพิจรณาในข้อดังกล่าวที่ยืนมา นอกจากนี้ในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม ทางดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความพรธัมมชโยทเข้ามาสอบปากคำในฐานะพยานของคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร จากกรณีการรับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด อีกด้วย ทีมา http://www.tnews.co.th/html/contents/188717/

0 comments:

Post a Comment