Tuesday, May 10, 2016

สะบัด! นักเต้นพาช้างแสนรู้แดนซ์คลายร้อน

นี่ก็เป็นลีลาความสนุกสนาน ของคณะนักเต้น ประจำโรงแสดง ของสวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่พาคาราวานช้างแสนรู้กว่า 40 เชือก ออกมา
ส่ายสะโพก โยกจังหวะตามเสียงเพลง พร้อมกับสาดน้ำกันอย่างคึกคัก เพื่อคลายความเครียด ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด








นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ได้ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของช้างแสนรู้ ทำให้ช้างเกิดอาการเครียด จึงได้จัดกิจกรรม เต้นคลายเครียด สาดน้ำคลายร้อน โดยนำนักเต้น และนางรำ ออกมาส่ายจังหวะตามเสียงเพลง ร่วมกับเหล่าช้างแสนรู้ และเล่นสาดน้ำ สร้างความชุ่มฉ่ำ เพื่อคลายความเครียดดังกล่าว



ทีมา http://board.postjung.com/964233.html

ฮือฮา! “น้องใบเฟิร์น” พริตตี้เอ็มซี ร้าน “สบายนมกาญจน์” ลูกค้าแห่อุดหนุนเพียบ {ชมคลิป}

ฮือฮา! ยอดวิว “น้องใบเฟิร์น” พริตตี้เอ็มซี ประจำร้าน “สบายนมกาญจน์” หลังมีผู้โพสต์ลงในโลกโซเชียล เฟซบุ๊ก สร้างความฮือฮาให้แก่กลุ่มนักท่องราตรีชาวกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง จนยอดทะลุ 6 หมื่นวิว ภายใน 1 อาทิตย์ ลูกค้าแห่อุดหนุนเพียบ










จากกรณีวันที่ 4 พ.ค.59 มีผู้นำภาพพริตตี้เอ็มซี สาวประจำร้านสบายนมกาญจน์ ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต หมู่ 5 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ไปลงในโลกโซเชียล เฟซบุ๊ก สร้างความฮือฮาให้แก่กลุ่มนักท่องราตรีชาวจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากรูปร่าง และหน้าตา รวมทั้งผิวพรรณของน้องคนดังกล่าวจะดูดีแล้ว หน้าอกของน้องยังไซส์ระดับบิ๊กอีกด้วย โดยหลังจากทางร้านได้นำภาพลงในเฟซบุ๊กได้เพียง 7 วัน มีแฟนเพจเข้าไปติดตามแล้วกว่า 6 หมื่นคน




คืนวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้าน “สบายนมกาญจน์” เพื่อเก็บภาพบรรยากาศภายในร้าน ซึ่งก็ได้พบกับ คุณกิตติพล จันทร์โอเอี่ยม หรืออาร์ต อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 333/1 หมู่ 5 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าของร้าน “สบายนมกาญจน์” และน้องใบเฟิร์น พริตตี้เอ็มซี สาวสวยประจำร้าน อายุ 23 ปี ที่มีไซส์ 36-24-35 และเพื่อนๆ พริตตี้เอ็มซีสาวสวยอีก 6 ชีวิต ที่คอยต้อนรับลูกค้าอยู่ที่ประตูทางเข้าร้าน

สำหรับบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ลูกค้ามีทั้งผู้หญิง และชายทยอยเข้าไปใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง บนเวทีมีนักดนตรีรูปหล่อบรรเลงตนรีโฟล์คซองขับกล่อมลูกค้า สร้างความเพลิดเพลินให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งลูกค้าที่มีอยู่ภายในร้านนอกจากคนไทยแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอีกด้วย

โดย คุณกิตติพล จันทร์โอเอี่ยม หรืออาร์ต เปิดเผยว่า อาชีพหลักของตนคือ รับออกแบบ และสั่งทำจิวเวลรี อยู่ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สำหรับร้านสบายนมกาญจน์ ได้เปิดให้บริการแก่ลูกค้ามาประมาณ 2 เดือนเศษ สำหรับที่มาของชื่อร้านเนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพื่อนรุ่นน้องมาเปิดร้านขายนมปั่น ซึ่งตนกับเพื่อนๆ ก็ได้มานั่งเป็นลูกค้าประจำเกือบทุกวัน และหลังจากที่ตนได้มาเปิดร้านแห่งนี้จึงมีความคิดว่าจะตั้งชื่อร้านว่าอะไรดีเพื่อให้สามารถดึงดูดลูกค้าได้ และเพื่อไม่ให้เหมือนใครจึงตัดสินใจตั้งชื่อร้านว่า “สบายนมกาญจน์”

ด้าน คุณวันวิสาข์ สุทธไชย หรือน้องสตางค์ หุ้นส่วนของร้านกล่าวว่า ซึ่งที่จริงแล้วที่มาของชื่อร้านไม่ได้เกี่ยวกับน้องใบเฟิร์น พริตตี้เอ็มซี ประจำร้านเลย แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่ทางร้านได้ถ่ายภาพน้องใบเฟิร์น และเพื่อนๆ นำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นมีผู้ติดตามเฟซบุ๊กของทางร้านมากกว่า 2 หมื่นคน และมีแฟนเพจหลายคนสอบถามเข้ามาว่า ร้านตั้งอยู่ตรงไหนของจังหวัดกาญจนบุรี ประกอบกับช่วงระหว่างวันที่ 5-9 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงวันหยุดยาว จึงมีลูกค้าจากต่างจังหวัด เช่น จ.ขอนแก่น จ.เชียงใหม่ จ.ราชบุรี รวมทั้งลูกค้าที่อยู่จังหวัดกาญจนบุรี เข้ามาเที่ยวที่ร้านเป็นจำนวนมาก น้องใบเฟิร์น จึงกลายเป็นจุดเด่นของร้านเพียงชั่วข้ามคืน

ส่วนน้องใบเฟิร์น พริตตี้คนดังประจำร้าน กล่าวว่า หลังจากทางร้านนำภาพไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ได้เพียงแค่วันเดียว ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ร้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ที่มาจะถามทางร้านว่าน้องใบเฟิร์น มาทำงานหรือเปล่า ซึ่งก็รู้สึกดีใจ และตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ก็อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ร้านกันเยอะๆ มาพบกับน้องได้ทุกวัน ขอบคุณค่ะ” น้องใบเฟิร์น กล่าว




ทีมา http://board.postjung.com/964249.html



สารให้ความหวานในเครื่องดื่ม อาจส่งผลต่อน้ำหนักทารกในครรภ์


สารให้ความหวานในเครื่องดื่ม อาจส่งผลต่อน้ำหนักทารกในครรภ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 พ.ค.) มีผลการศึกษาระบุว่า ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานเทียมระหว่างตั้งครรภ์มีแนวโน้มที่จะมีทารกที่มีน้ำหนักเกิน "การศึกษาของเรามีหลักฐานที่ระบุเป็นครั้งแรกว่าการบริโภคน้ำหวานเทียมในระหว่างตั้งครรภ์ของมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำหนักของทารก" ผู้เขียนบทความ Meghan Azad ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยแมนิโทบาแห่งแคนาดากล่าว การศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Pediatrics ของสหรัฐฯ ซึ่งได้ทำการตรวจสอบแม่และทารกในครรภ์จำนวน 3,033 คู่ เพื่อวิเคราะห์การเชื่อมโยงของการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานเทียมในระหว่างตั้งครรภ์และผลกระทบต่อดัชนีมวลกาย (BMI) ทารกในช่วง 1 ปีแรก รายงานระบุว่ามีผู้หญิงจำนวนมากเกือบร้อยละ 30 ที่ดื่มเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานเทียมในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งรวมถึงน้ำอัดลมไม่ผสมน้ำตาล ชาและกาแฟที่ใส่สารให้ความหวานเทียม รายงานระบุว่า มีผู้หญิงประมาณร้อยละ 5.1 ในกลุ่มนี้ที่ดื่มเครื่องดื่มเช่นนี้ทุกวัน ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงถึง 2 เท่าให้ลูกของพวกเขามีน้ำหนักเกินในช่วงเวลา 1 ขวบของทารก อย่างไรก็ตาม การบริโภคเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนในเด็กทารก กลุ่มนักวิจัยได้ยอมรับถึงข้อจำกัดของการศึกษา ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ของความผิดพลาดในเรื่องการรายงานผลการบริโภคอาหารของกลุ่มตัวอย่าง ดังนั้น การศึกษานี้จึงไม่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่ชัด "ด้วยสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กที่กำลังระบาด และการใช้สารให้ความหวานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน การวิจัยครั้งถัดไป จึงจะเกิดขึ้นเพื่อยืนยันว่าผลการวิจัยของเราถูกต้อง และเพื่อตรวจสอบกลไกทางชีววิทยาที่เป็นรากฐาน อันมีเป้าหมายสูงสุดในการให้ข้อมูลการบริโภคอาหารที่เหมาะสมสำหรับหญิงตั้งครรภ์" Azad กล่าว "จนกว่าจะมีการเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราหวังว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะพิจารณาถึงความปลอดภัยในการเลือกเครื่องดื่มให้กับตนเองมากขึ้น" รายงานพวกเขาระบุไว้ดังนี้ ทีมา http://board.postjung.com/964262.html

ทำไมการลุกฮือทางการเมืองถึงล้มเหลว แม้จะล้มรัฐบาลสำเร็จ แต่บ้านเมืองยังวุ่นวายไม่สิ้นสุด?


ก่อนอื่นผมต้องเรียนก่อนนะครับ ว่าบทความนี้ผมไม่ได้แต่งเติมส่วนใดเลย โดยคัดลอกมาจาก FB คุณ Kornkit Disthan   ได้ฟังบรรดาคนที่ถูกถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสังคม หรือโซเชี่ยลมีเดีย มามาก แต่ข้อคิดจากกรณีของอียิปต์ ซึ่งนำเสนอโดย "วาเอล โฆนิม" อันนี้ ทรงคุณค่าจริงๆ ถือเป็นบทเรียนที่ทั่วโลกพึงตระหนักอย่าปล่อยให้สื่อโซเชียลเป็นแค่เครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ขาดปัญญาและจริยธรรม เห็นว่าเป็นสาระที่น่าเรียนรู้ จึงได้นำมาโพสต่อครับ คุณกรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการต่างประเทศและกีฬา หนังสือพิมพ์ M2F เขียนว่า.....   ในฐานที่ติดตามข่าวต่างประเทศมานานผมสงสัยมาระยะหนึ่งแล้วว่าในยุคที่เรามีโซเชียลมีเดียมีแหล่งข้อมูลออนไลน์มหาศาล แต่ทำไมการลุกฮือทางการเมืองถึงล้มเหลวในหลายประเทศ เพราะแม้จะล้มรัฐบาลสำเร็จแต่บ้านเมืองจะวุ่นวายไม่สิ้นสุด หรือบางแห่งล้มไม่ได้แถมรัฐยังแกร่งในด้านไอทีมากขึ้นไปอีกด้วยซ้้ำทั้งๆ ที่ผู้ลุกฮือใช้โซเชียลมีเดียตอบโต้หนักมาก เช่น อิหร่าน ความสงสัยเริ่มกระจ่างเมื่อได้ฟังปาฐกถา TED Talks ของ วาเอล โฆนิม (Wael Ghonim) ซึ่งเป็นแอดมินเพจการเมืองที่มีส่วนปลุกกระแสปฏิวัติประชาชนในอียิปต์ ด้วยความที่ตอนนั้นโซเชียลมีเดียมีส่วนอย่างมากในการระดมพลังประชาชนโค่นล้มรัฐบาลอำนาจนิยม โฆนิม จึง "เคย" เชื่อว่า - ถ้าคุณคิดจะปลดปล่อยสังคม ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้นเป็นพอ - แต่วันนี้ โฆนิม บอกว่า เขาคิดผิด โฆนิม บอกว่าหลังพลังประชาชนโค่นเผด็จการมูบารักแล้วบรรยากาศมันช่างน่าตื้นตันสุดๆ แต่แล้วหลังจากนั้นอียิปต์เละเป็นโจ๊ก มีการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในระบบเสรีไม่เท่าไหร่ประชาชนก็ไม่พอใจออกมาไล่รัฐบาลซะงั้น ทำให้กองทัพต้องยึดอำนาจกลับไปสู่วงจรเดิมๆ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ โฆนิม สิ้นหวังและงุนงงมากกว่าทำไมการปฏิบัติด้วยโซเชียลมีเดียจึงพังพินาศ เขารู้สึกพ่ายแพ้จนต้องปลีกตัวออกมาทบทวนเงียบๆ นานถึง 2 ปี โซเชียลมีเดียมีพลังในการเปลี่ยนแปลงก็จริง แต่สำหรับ โฆนิม ปัญหาหลักอยู่ที่ "ข่าวลือ ข่าวกุ ข่าวมั่ว ทัศนะเสียดสีชิงชัง" ทำให้สังคมที่กำลังตั้งไข่บนถนนเสรีเป๋ไปเป๋มาหนักเข้าก็แตกเป็นฝ่าย โลกโซเชียลเต็มไปด้วยพวกเกรียน พวกกุข่าว ทัศนะเสียดสีชิงชัง (Hate speech) หนักเข้าสังคมอียิปต์ก็แตกเป็นเสี่ยง โฆนิม บอกว่า ความแตกแยกทางการเมืองนี้เกิดจากสันดานดิบของมนุษย์ โดยมีเทคโนโลยีช่วยเร่งให้สันดานดิบเผยตัวออกมาเร็วขึ้นเพียงคลิกเดียว ถึงจะเป็นเรื่องของอียิปต์แต่ผมคิดว่าใกล้ตัว ประสบการณ์ของ โฆนิม มีค่ามากเพราะจะช่วยสังคมไทยให้ยั้งคิดได้ไม่น้อย เขาชี้ให้เห็นจุดอ่อนของโซเชียลเน็ตเวิร์กในการเปลี่ยนแปลงสังคมและการเมืองว่า 1. เราไม่รู้วิธีจัดการกับข่าวลือ ยิ่งข่าวลือที่สอดคล้องกับอคติของเราด้วยแล้วเรายิ่งเชื่อสุดใจและยิ่งแพร่ไปถึงคนเป็นล้านๆ 2. เราจะจับกลุ่มเพื่อฟินกันเอง เราจะสื่อสารกับคนที่เราเห็นด้วย ถ้าไม่ชอบใจก็แค่เลิกติดตามหรือบล็อกไปเลย 3. การถกเถียงออนไลน์มักยกระดับกลายเป็นม็อบที่บ้าคลั่งเกรี้ยวกราด เพราะเรามักลืมไปว่าคนที่เราคุยด้วยมีตัวตนจริง ไม่ใช่แค่อวตารออนไลน์ (หรือในทางกลับกัน) 4. เราถูกบีบให้แสดงทัศนะที่ซับซ้อนในระยะเวลาและพื้นที่จำกัดในโลกโซเชียล พอแสดงออกไปก็มักเปลี่ยนยากเพราะไม่ทันกับกระแสความเร็ว (เช่นบางคนถูกแคปหน้าจอประจาน) 5. โซเชียลมีเดียมีลักษณะบีบให้คนอวดตัวเองมากว่ามีส่วนร่วมกับคนอื่น โพสต์เรื่องตัวเองมากกว่าเสวนากัน แสดงทัศนะที่ตื้นเขินแทนที่จะลุ่มลึก จากนั้น โฆนิม ก็เสนอกลไกลที่จะพัฒนาสังคมออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพขึ้นเพื่อขัดเกลาผู้ใช้ให้มีคุณภาพมากขึ้น ผมสังเกตว่าเขาไม่เน้นใช้มันเพื่อหวังความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีก แต่หวังผลในตัวผู้ใช้มากกว่า เพราะตราบใดที่คนยังอาศัยโซเชียลฯ แสดงความดิบภายในออกมา ก็ป่วยการที่จะหวังพัฒนาการที่สูงส่งในทางการเมือง และจบท้ายด้วยการกล่าว่า "วันนี้ผมเชื่อว่าหากเราต้องการจะปลดปล่อยสังคม เราต้องปลดปล่อยอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก" สำหรับผม ประสบการณ์ของ โฆนิม ให้แง่คิด 2 เรื่อง 1. การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อหวังผลทางการเมืองยังต้องอาศัยการเมืองเชิงอำนาจหรือ Power politics ไปพร้อมๆ กัน ไม่เช่นนั้นความเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดแล้วไปไม่รอดซ้ำหนักกว่าเดิม 2. โซเชียลเน็ตเวิร์กยังต้องผ่านการขัดเกลาอีกมากจากบรรทัดฐานทางสังคมที่แท้จริง ในโลกออนไลน์เรามักทิ้งความเห็นอกเห็นใจไปเพราะเชื่อว่ามันเป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับการปลดปล่อยสัญชาติญาณดิบ แทนที่จะเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างอารยะ ทีมา http://board.postjung.com/964254.html

ไทยแลนด์จะได้เป็นประเทศแรกๆในเอเชียที่เกย์จดทะเบียนแต่งงานกันได้หรือเปล่า??? และคุณเห็นด้วยหรือไม่??? มาดูและโหวต Poll กัน


[สาระประจำวันนี้] เนื่องจาก มีข่าวว่ามีความพยายามเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นประเทศแรกๆในเอเชียที่เกย์จดทะเบียนแต่งงานกันได้ ซึ่งถ้ากฎหมายผ่านจริงๆ อยากให้เกย์ไทย ไตร่ตรองให้ดีก่อนพาแฟนไปจดทะเบียน เพราะการจดทะเบียน ”ไม่ใช่กิจกรรมสร้างสีสัน” แต่เป็นเรื่องกฎหมาย มีเรื่องทรัพย์สิน มรดก มีการฟ้องร้องกันได้ คุณต้องมั่นใจว่ารักคนๆนั้นจริง อยากใช้ชีวิตอยู่กับคนๆนั้นไปจนแก่ตายจริงๆ ไม่สามารถนึกจะเลิก ก็ขอเลิกกันง่ายๆเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้น อยากให้คิดไว้เสมอว่า... 1. อย่าจดทะเบียน เพียงเพื่ออยากอวดเกย์กะเทยคนอื่นๆ ว่ากูมีผัวแล้ว 2. คิดให้ดีว่าคุณจดทะเบียนเพราะรักเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่หลงในความหล่อล่ำอย่างเดียว เพราะคนเราไม่มีทางรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมจนแก่ นอกจากคุณจะแต่งงานกับแวมไพร์ 3. เกย์ที่รวย (และแก่) คิดให้ดีก่อนว่า หนุ่มหล่อล่ำที่ขอแต่งงานกับคุณ เขาไม่ได้แค่หวังมรดกของคุณ และไม่ได้มีแผนลอบสังหารคุณ หลังจากจดทะเบียนแล้ว 4. อย่าจดทะเบียนแต่งงาน เพื่ออัพเกรดตัวเองเป็นเน็ตไอดอล 5. เมื่อจดทะเบียนแล้ว คนทั้งโลกจะรู้ว่าคุณเป็นเกย์ ผ่านทางการทำธุรกรรม และเอกสารต่างๆ คุณต้องมั่นใจว่า คุณพร้อมเปิดตัวให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นเกย์ และสัญญาได้ไหมว่า ถ้าจดทะเบียนแต่งงานกันไปแล้ว เวลาเกิดปัญหาขัดแย้งกัน ขอให้ตกลงกันดีๆ ตกลงกันแบบเงียบๆ อย่าทำร้ายกัน อย่าฆ่ากันตาย ให้กลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะจะส่งผลเสียต่อเกย์คนอื่นๆที่อุตส่าห์ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค จนกฏหมายผ่านมาได้ ถ้าคุณมั่นใจแล้วว่าคุณพร้อมแต่งงานแล้วจริงๆ ก็ลุยเลย เตรียมจดทะเบียนกันได้จ้ะ ทีมา http://board.postjung.com/964099.html

ด่วนที่สุด!!! รวบฆาตกรโหดฉุด-ฆ่า "น้องสโนว์" ที่แท้ฝีมือผู้ใหญ่บ้าน

ด่วนที่สุด!!! รวบแล้วฆาตกรโหดฉุด-ฆ่า "น้องสโนว์" ที่แท้ฝีมือผู้ใหญ่บ้าน อ.กมลาไสย ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้าน เพราะกำลังพาลูกบ้านไปเกณฑ์ทหาร     วันนี้ (4 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ตร.ภ.4 , พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กส ,พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กส นำหมายศาลกาฬสินธุ์เลขที่ 127/2559    เข้าจับกุมตัวนายกฤติเดช ระเวงวัณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ที่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหา ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ นักเรียนหญิงชั้น ม.6 โรงเรียนร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์     การเข้าจับกุมครั้งนี้ ใช้กำลังตำรวจกว่า 50 นาย ได้เข้าล็อคตัวผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นฆาตกรในเครื่องแบบขณะจะนำพาลูกบ้านไปเกณฑ์ทหาร ในหอประชุมอำเภอกมลาไสย จากนั้น ตำรวจได้นำตัวขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชน โดยในช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบช ตร แห่งชาติ จะแถลงผลการจับกุม สำหรับคดีนี้ นับเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน  โดยคนร้ายลงมือถีบรถจักรยานยนต์ของ น.ส.ฤดีวัลย์  พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ นักเรียนหญิงชั้น ม.6 อายุ 18 ปี ของโรงเรียนร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อหวังกระทำการล่วงละเมิดทางเพศ แต่นักเรียนหญิงคนนี้ต่อสู้ขัดขืน จนถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณจนเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2558 ซึ่ง นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และกว่า 100 วัน ที่ต้องใช้ความพยามในการรวบรวมหลักฐาน เพราะฆาตกรเป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงสามารถขอหมายศาลและเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด ทีมา http://crime.tnews.co.th/contents/185185/

บ้านป่าเมืองเถื่อน???...กลุ่มวัยรุ่นกระโดดงัดประตูรถสิบล้อ หมายเอาเรื่องคนขับ ผลสุดท้ายลงเอยแบบนี้...

ภาพเหตุการณ์จากกล้องมือถือ ที่พลเมืองดีบันทึกเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะทำร้ายคนขับรถบรรทุกสิบล้อ เหตุเกิดบริเวณถนนสายข้าวหลาม หน้าหมู่บ้านวิลเลจ บางแสน ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี      ในภาพจะเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มากับรถยนต์กระบะ 4-5 คัน มาจอดประกบหน้าหลังรถบรรทุก ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวพยายามเปิดประตูรถบรรทุก แต่ปรากฏว่า ชายที่อยู่ในรถบรรทุกพยายามล็อคประตู จนทำให้กลุ่มวัยฉกรรจ์ไม่สามารถเข้าไปในตัวรถได้ โดยมีคนถือไม้เหมือนจะจ้องทำร้าย แต่โชคดีไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น เพราะกลุ่มคนวัยฉกรรจ์ไม่สามารถเข้าไปในรถได้ ก่อนจะแยกย้ายกันออกไป ขณะที่ตำรวจกำลังรอเจ้าทุกข์มาแจ้งความ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคนเหล่      ทีมา   ://www.tnews.co.th/html/contents/188779/